วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561

หลักการใช้ A, An, The



อ้างอิง
https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89+a+an+the&dcr=0&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwictN_O7qXaAhXMT7wKHYRnChMQ_AUICygC#imgrc=BnuRlgByqBk-hM:


หลักการใช้ a an the หรือ article a an the เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรียนแล้วสนุกครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับนักเรียนไทย เนื่องจากในภาษาไทยมันไม่มีอะไรแบบนี้เลยอ่ะ อยากเรียกแมวก็เรียกว่า แมว ไม่ใช่ อะ แมว หรือ เดอะ แมว
การใช้ article (คำนำหน้านาม) ทั้งสามตัวนี้มีหลักการจำง่ายๆคือ
  • นามขึ้นต้นด้วยสระให้ใช้ an
  • นามขึ้นต้นด้วยพยัญชนะให้ใช้ a
  • ส่วน The น้ำหน้าได้ทั้งสองเลย
อ้าว….ยิ่งงงละสิทีนี้ สรุปแล้ว a an the ใช้ยังไง ….. เดี๋ยวอธิบายใหม่ดีกว่า

หลักการใช้ a an the

◊ การใช้ a an

a an ใช้นำหน้านามทั่วทั่วไป  แปลว่า หนึ่งคน หนึ่งตัว หนึ่งอัน หนึ่งแห่ง หรือบางทีไม่ต้องแปลก็ได้ เป็นการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบลอยๆ ไม่รู้ว่าอันไหนกันแน่ โดยมีกฎกติกาดังนี้คือ
♥ an นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ (a e i o u) เช่น 
  • an apple แอปเปิ้ลหนึ่งผล
  • an ant มดหนึ่งตัว
  • an elephant ช้างหนึ่งตัว
  • an ice-cream ไอศกรีมหนึ่งแท่ง
  • an orange ส้มหนึ่งผล
  • an umbrella ร่มหนึ่งคัน
♥ a นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะที่เหลือทุกตัว เช่น  
  • a man ชายหนึ่งคน
  • a teacher ครูหนึ่งคน
  • a dog หมาหนึ่งตัว
  • a bird นกหนึ่งตัว
  • a car รถหนึ่งคัน
  • a school โรงเรียนหนึ่งแห่ง
อันนี้คือหลักการง่ายๆครับ แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยนึดหนึ่ง อ่านต่อคลิก >>> การใช้ a an

 การใช้ the

ทีนี้ the ใช้ยังไง….อย่างที่บอกไปให้ปวดหัวแล้วว่า The นำหน้าคำนามได้ทั้งสระและพยัญชนะไง…..แต่ๆๆๆๆ มันมีหลักการใช้ดังนี้ครับ หลักการใช้คือ “นำหน้าคำนามเฉพาะเจาจง” 
อธิบายคำว่าเฉพาะเจาะจงนึดนึงมันคืออะไร ที่ต้องเรียกอย่างนี้เพราะว่าชื่อของมันคือ  Definite Article (คำนำหน้านามเฉพาะเจาะจง)
ไม่อยากจะเซด กลัวงง แต่งงตอนนี้หน่ะดีแล้ว… วันข้างหน้าต้องเจออีกอยู่ดี ส่วน a an ชื่อของมันคือ Indefinite Article (คำนำหน้านามแบบไม่เจาะจง)
ยังไม่อธิบายคำว่าเจาะจงเลย  คำว่า เฉพาะเจาะจง หมายถึง “เป็นที่รู้กันดีว่าหมายถึงอันไหน” ฟังอีกครั้ง คำว่า เฉพาะเจาะจงหมายถึง “เป็นที่รู้กันดีว่าหมายถึงอันไหน” ดังนั้นสรุปได้ว่า
♥ การใช้ The ให้ใช้นำหน้านามที่รู้กันดีกันทั่วไปว่าเป็นอันไหน เช่น
  • sun พระอาทิตย์ ดวงไหนล่ะ ก็ดวงนั้นไง มีอันเดียวในจักรวาล อ๋องั้น…เรียกว่า The sun
  • moon พระจันทร์ ดวงไหนล่ะ อ๋อ..ดวงนั้นนั้นมาตอนกลางคืน งั้นเรียก…The moon
  • Great Wall of China กำแพงเมืองจีนหน่ะ รู้จักไหม..อ๋อ…รู้จัก ที่มันยาวๆ ไง ถ้างั้นก็ The Great Wall of China
  • Pyramids รู้จักไหมอยู่อียิปต…รู้จักสิ..อยู่กลางทะเลทราย…งั้นก็ The Pyramids
  • Chao Phraya ล่ะคืออะไร..ก็แม่น้ำสายหลักในภาคกลางไง  … The Chao Phraya
  • Baiyoke Tower ตึกไบหยกเคยเห็นไหม….เคยไอ้ตึกสูงๆ.. The Baiyoke Tower
ทีนี้สรุปได้ว่า The มักจะนำหน้าสิ่งที่รู้กันดีทั่วๆไป และจะสังเกตุได้ว่า มันมีเพียงที่เดียวนะในโลก
ง่ายขึ้นมาไหม….ทีนี้…นึดนึงเน๊าะ แต่ยังมีอีกข้อนะ
♥ การใช้ The ให้ใช้นำหน้านามที่รู้กันดีระหว่างคนพูดและคนฟัง คนอื่นไม่รู้ก็ช่างสิ เช่น
  • เพือนยืมดินสอเราไป พอเราไปทวงคืนเราก็จะพูดว่า The pen อยู่ไหน เพื่อนที่ยืมไปจะรู้เลยว่าเราหมายถึงด้ามไหน
  • เมื่อว่าเล่นฟุตบอลเสร็จ เพื่อนเอาไปเก็บในห้อง วันนี้จะเล่นต่อเราก็บอกเพื่อนว่า เอา The ball มาหน่อย ได้เวลาเล่นแล้ว
  • โรงเรียนเลิกแล้ว ครูให้เก็บกวาดห้อง เราก็บอกเพื่อนว่า อย่าลืมปิด the windows นะ เพื่อนๆ windows ไหนล่ะ ก็ windows ห้องเรานั่นแหละ
  • เราออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย แม่บอกให้ปิดพัดลมด้วย อยู่ในห้องรับแขก มันก็พัดลมเครื่องนั้นแหละ รู้กันทั้งบ้าน ดังนั้นจึงเรียกว่า The fan
เอาล่ะ สรุปได้ว่า
♦ การใช้ article a an ใช้กับนามทั่วๆไป กล่าวแบบลอยๆทั่วไป
♦ การ ใช้ article the ใช้กับนามเฉพาะเจาะจงดังที่กล่าวมาแล้ว
ง่ายใช่ไหมเอ่ย……..แต่…ยังไมจบแค่นี้นะครับ
หลักการใช้ The มันมีอะไรศึกษาต่ออีกนิตนึงนะครับภาค 2 … >>> การใช้ The 
ส่วนหลักการใช้ a an จิ้มตรงนี้เบาๆ…. >>> การใช้ a an







สรุป 12 Tenes



อ้างอิง
https://www.google.co.th/search?q=12+tense&dcr=0&tbm=isch&tbo=u&source=univ&sa=X&ved=0ahUKEwis0Y_M6aXaAhXLErwKHaVqA68QsAQIJQ&biw=1517&bih=681#imgrc=hXDXFBQ8DUtKEM:




SIMPLE TENSES




Past Simple

โครงสร้าง: S. + V.2
ตัวอย่างประโยค:
  • ate pizza yesterday. — ฉันทานพิซซ่าเมื่อวานนี้
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตและจบไปแล้ว
ดูตรงไหน: ดูตัวบอกเวลาที่เป็นในอดีต (yesterday, last _) และกริยา
เริ่มกันที่ง่ายๆ ตัวนี้ก่อนเลย เป็นตัวที่บอกเหตุการณ์ในอดีตแบบง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก เป็นเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว ให้สังเกตุที่ตัวบอกเวลาว่าเป็นเวลาในอดีตหรือเปล่า




Present Simple

โครงสร้าง: S. + V.1(s/es)
ตัวอย่างประโยค:
  • eat pizza regularly. _- ฉันทานพิซซ่าเป็นประจำ _
  • Bangkok is in Thailand. — กรุงเทพฯ อยู่ในประเทศไทย
  • Math class begins today at 9 AM. — คาบเรียนวิชาคณิตเริ่มวันนี้ในเวลา 9 โมงเช้า
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ, สิ่งที่เป็นความจริง, เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ที่กำหนดไว้แล้ว
ดูตรงไหน: ดูกริยาเป็นหลัก และดูคำบอกเวลา/ความถี่
ตัวนี้จะเจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ให้ระวังในการใช้ของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะถึงนี้




Future Simple

โครงสร้าง: S. + will + V.1
ตัวอย่างประโยค:
  • I will eat pizza tomorrow. — ฉันจะทานพิซซ่าในวันพรุ่งนี้
  • หรือจะแทน will ด้วย is/am/are + going to ก็ได้ มีความหมายเหมือนกัน
    I am going to eat pizza tomorrow. — ฉันจะทานพิซซ่าในวันพรุ่งนี้
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ระบุเวลา
ดูตรงไหน: ดู will / going to และดูคำบอกเวลาในอนาคต

CONTINUOUS TENSES




Past Continuous

โครงสร้าง: S. + was/were + V.ing
ตัวอย่างประโยค:
  • I was eating pizza when you arrived. — ฉันกำลังทานพิซซ่าในขณะที่คุณมา
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและถูกแทรกโดยอีกเหตุการณ์หนึ่ง
ดูตรงไหน: ดู was/were และ V.ing เป็นหลัก และดูประโยคที่บอกเวลาว่ามันเกิดในอดีต




Present Continuous

โครงสร้าง: S. + is/am/are + V.ing
ตัวอย่างประโยค:
  • I am eating pizza right now. — ฉันกำลังทานพิซซ่าในตอนนี้
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ในขณะที่กำลังพูดอยู่
ดูตรงไหน: ดูความหมายของตัวบอกเวลา และดู V.ing




Future Continuous

โครงสร้าง: S. + will + be + V.ing
ตัวอย่างประโยค:
  • I will be eating pizza at 8 PM. — ฉันจะกำลังทานพิซซ่าตอน 2 ทุ่ม
  • I will be watching T.V. when you arrive. — ฉันจะดูทีวีอยู่ตอนที่คุณมา
ใช้ใน: เหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในเวลาที่ระบุไว้, เหตุการณ์ในอนาคตที่ถูกแทรกโดยอีกเหตุการณ์หนึ่ง
ดูตรงไหน: ดูตัวบอกเวลาที่เป็นอนาคต และดูโครงสร้างของประโยค

PERFECT TENSES




Past Perfect

โครงสร้าง: S. + had + V.3
ตัวอย่างประโยค:
  • I had already eaten pizza when you arrived.— ฉันทานพิซซ่าหมดไปแล้วตอนคุณมา
  • I had never been to London before last January. — ฉันไม่เคยไปลอนดอนเลยก่อนเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่จบไปแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่สอง
ดูตรงไหน: ดูโครงสร้างของประโยค แล้วเอามาลองแปลเป็นภาษาไทยดู สังเกตุหาคำว่า “already”, “never”, “ever”




Present Perfect

โครงสร้าง: S. + has/have + V.3
ตัวอย่างประโยค:
  • I have already eaten pizza. — ฉันทานพิซซ่าหมดไปแล้ว (และตอนนี้กำลังนั่งจ้องกล่องพิซซ่าเปล่าๆ อยู่)
  • I have been to London. — ฉันเคยไปลอนดอน (เคยเกิดขึ้นในอดีต ตอนนี้อยู่ไทย)
  • He has learned how to drive. — เข้าเรียนรู้วิธีการขับรถ (ตอนนี้ขับเป็นแล้ว)
  • He has not arrived yet. — เขายังมาไม่ถึง (ตอนนี้นั่งรออยู่)
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ไม่เจาะจงเวลา ที่เกิดขึ้นก่อนปัจจุบัน, การเล่าประสบการณ์, ความสำเร็จ, เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่คาดไว้ว่าจะเกิดขึ้น
ดูตรงไหน: จะไม่มีคำบอกเวลาอย่างเจาะจงเด็ดขาด และดูโครงสร้างประกอบ




Future Perfect

โครงสร้าง: S. + will + have + V.3
ตัวอย่างประโยค:
  • I will have _already eaten pizza by the time you arrive. — ฉันจะทานพิซซ่าหมดตอนเวลาที่คุณมา (ตอนนี้ไม่ได้กิน)
  • หรือจะแทน will ด้วย is/am/are + going to ก็ได้ มีความหมายเหมือนกัน
    I am going to have been here for 3 days by the time he come back. — ฉันจะอยู่ที่นี้เป็นเวลา 3 วันในตอนที่คุณกลับมา (ตอนนี้อยู่ที่นี่)
ใช้ใน: เหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่ง โดยเหตุการณ์แรกต้องเสร็จก่อนเหตุการณ์สอง, เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่และจะเสร็จในอนาคตก่อนเหตุการณ์ที่สองจะเกิด
ดูตรงไหน: จะไม่มีคำบอกเวลาอย่างเจาะจงเด็ดขาด และดูโครงสร้างประกอบ

PERFECT CONTINUOUS TENSES




Past Perfect Continuous

(ภาพคล้าย Past Perfect แต่วิธีใช้ต่างกัน)
โครงสร้าง: S. + had + been + V.ing
ตัวอย่างประโยค:
  • I had been eating pizza for 2 hours when you arrived. — ฉันทานพิซซ่ามา 2 ชั่วโมงตอนที่คุณมา
  • He failed the test because he had not been paying attention in class. — เขาเคยสอบตกเพราะเขาไม่ตั้งใจเรียนในคาบเรียน
ใช้ใน: เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะเกิดอีกเหตุการณ์หนึ่ง, สาเหตุของเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
ดูตรงไหน: ดูตัวบอกช่วงเวลา (for _, since ____) หรือ ดูคำที่บ่งบอกสาเหตุ (เช่น because), ดูโครงสร้าง




Present Perfect Continuous

(ภาพคล้าย Present Perfect แต่วิธีใช้ต่างกัน)
โครงสร้าง: S. + has/have + been + V.ing
ตัวอย่างประโยค:
  • I have been eating pizza for 2 hours. — ฉันทานพิซซ่ามา 2 ชั่วโมงแล้ว
ใช้ใน: เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งจนมาถึงปัจจุบัน และตอนนี้อาจจะเสร็จหรือยังไม่เสร็จก็ได้
ดูตรงไหน: ดูตัวบอกช่วงเวลา (for _, since ____) และดูโครงสร้าง




Future Perfect Continuous

(ภาพคล้าย Future Perfect แต่วิธีใช้ต่างกัน)
โครงสร้าง: S. + will + have + been + V.ing
ตัวอย่างประโยค:
  • I will have been eating pizza for 2 hours when you arrive. — ฉันจะทานพิซซ่าเป็นเวลา 2 ชั่วโมงตอนคุณมาถึง
ใช้ใน: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (ได้ทั้งอดีตและอนาคต) ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งที่จะเกิดในอนาคต และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สอง เหตุการณ์ที่หนึ่งอาจจบหรือยังไม่จบก็ได้
ดูตรงไหน: ดูตัวบอกช่วงเวลา (for _, since ____) และดูโครงสร้าง, สังเกตุคำบอกช่วงเวลาที่บ่งบอกถึงอนาคต